วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เทคนิคการถ่ายภาพแต่งงาน

เทคนิคการถ่ายภาพแต่งงาน

เทคนิคการถ่ายภาพแต่งงาน

1. ทำให้ภาพคมชัดที่ชุด ขาตั้งกล้องเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้ สำหรับขาตั้งกล้องผมคงไม่ใช้ในงานพิธี ผมเห็นด้วยที่จะใช้เมื่อต้องการบันทึกภาพก่อนหรือภายหลังพิธีซึ่งมีแต่ตัวแบบกับกล้อง

2. เพิ่มค่า ISOเพื่อให้พอถือถ่ายได้ด้วยมือ ให้สูงเข้าไว้ตั้งแต่ 800 ขึ้นไป กล้อง DSLR พัฒนาเซนเซอร์เป็นชนิด CMOS ทำให้ลดน๊อยส์เกิดไปได้มาก แต่กล้องของผมยังเป็นเซนเซอร์ชนิด CCD แบบเก่าอยู่ ผมเปิดระบบ noise reduction ไว้ซึ่งช่วยได้มาก นอกจากนี้ผมหา plug-in มาใช้กับโปรแกรมแต่งรูปโฟโตชอปเพื่อลบน๊อยส์ออกจากภาพ เรียกว่า Noise Ninja นอกจากน๊อยส์จะหายไปแล้วยังทำให้ผิวของแบบเรียบเนียนขึ้นด้วย

3. เลือกเลนซ์ที่สว่างมี f-stop ตั้งแต่ 1.4, 2. 2.8, 3.5 ซึ่งมีรูรับแสงกว้าง ทำให้สามารถใช้ความไวชัตเตอร์ที่สูงขึ้นได้


4. ทำแสงแฟลชให้นุ่ม การยิงแฟลชโดยตรงเข้าไปหาแบบจะได้แสงที่แรงและภาพที่แข็ง เราสามารถเลือกหากล่องกระจายแสงมาสวมหน้าแฟลช ซึ่งภายในกล่องจะมีแผ่นสะท้อนแฟลชออกมาให้มาก ส่วนด้านหน้ากล่องเป็นวัสดุกระจายแสงแฟลชออกเพื่อให้แสงนุ่มนวลไม่กระด้าง กล่องดังกล่าวมีหลายยี่ห้อ มีตั้งแต่ราคาไม่กี่ร้อยบาทไปจนถึงเกือบสองพันบาท รูปทรงที่คล้ายกับถ้วยมาม่าคัพเลยเรียกหากันว่าถ้วยมาม่าเป็นอันเข้าใจกันว่าหมายถึงอะไร
5. การใช้เทคนิคการยิงแฟลชขึ้นเพดาน เหมาะกับห้องที่ฝ้าเพดานไม่สูงนัก แสงแฟลชที่ยิงขึ้นไปกระทบ 45 องศากับเพดานจะสะท้อนกับลงมาที่ตัวแบบให้แสงที่นุ่มนวล บางทีอาจนำแผ่นนามบัตรสีขาวมาติดยื่นออกจากหัวแฟลช เมื่อยิงแฟลชให้ตั้งฉากกับเพดาน แสงแฟลชส่วนหนึ่งจะกระทบเพดานตกลงมา อีกส่วนหนึ่งจะสะท้อนแผ่นนามบัตรเข้าสู่ตัวแบบ ทั้งสองวิธีนี้ต้องอาศัยแฟลชที่มีกำลังสูงๆ ช่างภาพบางท่านอาจใช้วิธียิงแฟลชในมุมเงย 45 องศา ร่วมกับการสอดแผ่นนามบัตรเพื่อใช้ลบเงาในการถ่ายภาพกลางแจ้งทำให้ลดควมกระด้างของแสงเงาที่ตกลงบนใบหน้า เอาเข้าจริงผมไม่ได้ใช้เทคนิคนี้เพราะโบสถ์ผมเพดานสูงร่วมสิบกว่าเมตร ผมหันไปใช้แผ่นกระจายแสงแฟลชสำหรับใช้กับเลนซ์มุมกว้างและลดกำลังแฟลชลงเพื่อลบเงาแทนเวลาที่ผมใช้ออโตไวท์บาลานซ์
6. การตั้งค่ารูรับแสง เพื่อให้ภาพมีความชัดลึกสูงในเวลาถ่ายภาพหมู่ และเวลาถ่ายภาพบุคคลคู่บ่าวสาว ให้ใช้รูรับแสงตั้งแต่ f/8 ขึ้นไป ภาพหมู่ให้โฟกัสที่แถวหน้าเป็นหลัก สำหรับภาพคู่ให้โฟกัสที่ลูกตาเจ้าสาว

7. เจ้าสาวเป็นดาวของงาน ให้ตามเก็บภาพเจ้าสาวทุกอิริยาบถ การถ่ายภาพครึ่งตัว ต้องถ่ายให้เห็นข้อศอกถึงกึ่งกลางปลายแขน ภาพค่อนตัวต้องลงไปประมาณข้อเข่าให้ตัดที่ครึ่งแข้ง โดยจัดความสูงของกล้องอยู่ระดับอก และเลือกฉากหลังที่เรียบๆ

8. ลองถ่ายภาพคู่บ่าวสาวจากมุมต่างๆ เช่น ถ่ายจากบนระเบียงลงมา ถ่ายในมุมเงย การถ่ายภาพหมู่อาจให้หันไปในทางเดียวกันแทนการยืนแบบเรียงหน้ากระดาน


9. แสงธรรมชาติเป็นแสงสมบูรณ์แบบที่สุด ให้แบบหันข้างให้กับแสงโดยอยู่ห่างจากหน้าต่างประมาณ 1.5 เมตร จะได้แสงที่นุ่มนวลเหมาะกับการถ่ายภาพเจ้าสาว เจ้าสาวกับเจ้าบ่าว เจ้าสาวกับครอบครัว

10. ในการโพสต์ท่าถ่ายรูปคู่ของเจ้าสาวและเจ้าบ่าว เจ้าสาวกับพ่อหรือแม่ ให้ยืนจนตำแหน่งศีรษะชิดกันให้ได้มากที่สุด จะได้ภาพที่ดูใกล้ชิดสนิทสนมและดูไม่เกร็งจนเกินไป

11. ถ่ายภาพเก็บบรรยากาศต่างในงานเพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนั้น เช่น รองเท้า สร้อยคอ มงกุฏ แหวน สมุดลงนาม ช่อดอกไม้ที่ถือ รายละเอียดของชุดแต่งงาน เป็นต้น



นอกจากนี้ ควรไปถึงสถานที่ก่อนเวลาพิธีการเพื่อลองวัดแสง ลองปรับตั้งไวท์บาลานซ์ หามุมถ่ายภาพ รวมทั้งตกลงนัดแนะกับคู่บ่าวสาวถึงมุมและทิศทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาสวมแหวนที่ต้องมีจังหวะหยุดสัก 3-4 วินาทีให้ช่างภาพมีเวลาได้ถ่ายภาพ ผู้ถ่ายภาพควรทราบกำหนดการของพิธี ควรทราบรายละเอียดต่างๆให้มากที่สุดและที่สำคัญควรคุยกับคู่แต่งงานว่าเขาอยากให้ได้ภาพแบบใด

รับถ่ายภาพเชียงใหม่ รับถ่ายรูปเชียงใหม่ รับถ่ายรูปแต่งงาน รับถ่ายภาพแต่งงาน รับถ่ายรูปรับปริญญาเชียงใหม่ รับถ่ายภาพแต่งงานเชียงใหม่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น